แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Move Around แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Move Around แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฝึกขับเจ็ทสกีเพื่อการเดินทางท่องเที่ยว

ฝึกขับเจ็ทสกีเพื่อการเดินทางท่องเที่ยว

หลายต่อหลายครั้งที่ผมได้มีโอกาสขับเจ็ทสกี ไม่ว่าจะเป็นในบึง ในเขื่อนหรือในทะเล แต่ผมต้องยอมรับครับว่าการขับแบบนั้นคือเร่งเครื่องยนต์อย่างเดียวโดยไม่รู้เทคนิค เรียกง่ายๆว่าขอให้เจ็ทสกีพาไปข้างหน้าได้ก็พอแล้ว 

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้รับเชิญจาก flowjetclub ให้เข้าร่วม "flowjetclub Jetski and FJ board Training" ที่บึงคอสโม่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ซึ่งการอบรมแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ 1.การรับคำแนะนำเรื่องอุปกรณ์ 2.การปฏิบัติขับจริง

ข้อดีของที่นี่คือ การอบรมแบบทฤษฎี ใช้เวลาไม่นาน ที่เหลือใช้เวลากับการปฏิบัติ

ก่อนเริ่มต้นการอบรม

แนะนำชุดแต่งกาย
 สิ่งสำคัญที่หลายคนอาจมองข้ามคือ ชุดแต่งตัวเพื่อการขับขี่ ซึ่งมีความจำเป็นมาก ไม่ว่าจะเป็นการขับแข่งขันหรือการขับแบบท่องเที่ยวระยะสั้น ระยะไกล ซึ่งชุดจะประกอบด้วยเสื้อชูชีพ ถุงมือ รองเท้า หมวกกันน็อคและแว่น
แนะนำส่วนประกอบของเจ็ทสกี
  นอกจากการแต่งกาย ก่อนที่เราจะลงมือขับ เราต้องรู้ก่อนว่าส่วนไหนของเจ็ทสกีเรียกว่าอะไร 


เริ่มต้นจากเป็นผู้ซ้อนท้าย
 เริ่มต้นการปฏิบัติด้วยการเป็นผู้ซ้อนท้ายและผู้ฟังที่ดี เริ่มตั้งแต่การสตาร์ทเครื่อง การปรับโหมดเครื่องยนต์ การเข้าทุ่นการเลี้ยว
จากผู้ซ้อนเริ่มขับเอง
 หลังจากผู้ซ้อนท้ายเป็นผู้ขับ ซึ่งใน 3 รอบแรก ครูจะนั่งประกบท้ายเพื่อให้คำแนะนำ ต่อจากนั้นคือการฉายเดี่ยว เพื่อให้เราได้ชินการการขับ 
มีครูสอนอยากใกล้ชิด 1 ต่อ 1

ครูแนะนำอย่างใกล้ชิดก่อนที่จะให้ขับคนเดียว








Sea Doo RXT 260 RS ตัวใหม่ล่าสุด 

Sea Doo RXT 260 RS ตัวใหม่ล่าสุด 

Sea Doo RXT 260 RS ตัวใหม่ล่าสุด 

Sea Doo RXT 260 RS ตัวใหม่ล่าสุด
Sea Doo RXT 260 RS ตัวใหม่ล่าสุด 

Sea Doo RXT 260 RS ตัวใหม่ล่าสุด 
Sea Doo RXT 260 RS ตัวใหม่ล่าสุด 

Sea Doo RXT 260 RS ตัวใหม่ล่าสุด 
 การอบรมจาก flowjetclub ในการขับเจ็ทสกี ต้องบอกเลยว่าเป็นที่แรกๆในการเปิดอบรมอย่างเป็นทางการ เพราะส่วนมาก จะไม่มีการเปิดอบรม แต่จะสอนสำหรับคนที่สนใจกีฬาประเภทนี้เท่านั้น
การอบรมครั้งนี้ราคาในการอบรมไม่สูง มีครูสอนแบบตัวต่อตัว ได้ทั้งเทคนิคและลองขับอย่างเต็มที่เพื่อต่อยอดในการขับเจ็ทสกีเที่ยวระยะไกลได้สบายๆ ครั้งต่อไปจะมาบอกเรื่องการหัดเล่น "FJ board" บอกได้เลยว่าลองแล้วจะติดใจ 

ส่วนผู้ที่สนใจเรื่อง Jetski ลองเข้ามาดูที่ http://www.flowjetclub.com 


วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

แตะขอบฟ้าหน้าฝน ที่ดอยอินทนนท์

แตะขอบฟ้าหน้าฝน ที่ดอยอินทนนท์

       ผมเชื่อว่าหลายต่อหลายคน พอพูดถึงหน้าฝนแทบจะไม่อยากเดินทางไปไหน ถึงแม้ว่าจะออกไปเที่ยวก็ตาม แต่สำหรับผม หน้าฝนคือช่วงที่น่าเที่ยวมากที่สุด ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง ตั้งแต่เรื่องอากาศที่เย็นชุ่มชื่น มองไปทางไหนระหว่างเดินทางก็เขียวขจี เย็นสบายตา ไม่ต้องแย่งกิน แย่งเที่ยว แย่งพัก 



       เมื่อเห็นข้อดีแบบนี้ก็ถึงเวลาที่จะเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วออกเดินทาง ซึ่งทริปนี้คือ อุทยานเเห่งชาติดอยอินทนนท์ จากความสงสัยที่ว่า หน้าฝน บนดอยสูง ฝนจะตกไหม ว่าแล้วก็ไปพร้อมกันเลยครับ

นาขั้นบันไดบ้านแม่กลางหลวง

       หลังจากขับรถออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ ก็มุ่งหน้าสู่อำเภอจอมทอง จากนั้นก็ขับตรงขึ้นอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ หลังจากที่ผ่านด่านของอุทยานก็ต้องชำระค่าธรรมเนียมการเข้าอุทยานซึ่งคิดเป็นจำนวนคนและประเภทรถที่นำเข้า เมื่อขับตามทางมาไม่นานนัก ก็ต้องขอแวะเสพบรรยากาศของนาขั้นบันได ที่บ้านแม่กลางหลวง แต่ว่าไม่ได้ลงไปที่หมู่บ้าน เนื่องจากเป้าหมายจริงๆอยู่ที่ยอดดอยอินทนนท์ ซึ่งตอนนั้นเวลาประมาณ บ่ายโมง 

นาขั้นบันไดบ้านแม่กลางหลวง

แวะถ่ายรูป


       เมื่อเดินทางออกมาหลังจากแวะถ่ายรูปที่แม่กลางหลวงก็ขับรถตามทางมาเรื่อยๆ ทางระหว่างขึ้นดอยลาดชันเพราะฉะนั้นต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ค่อนข้างมาก ที่สำคัญต้องใช้เกียร์ต่ำทั้งขึ้นและลง 
ถึงยอดดอยอินทนนท์
    ขับรถเปิดกระจกสัมผัสอากาศเย็นได้ไม่นานนัก ก็ถึงยอดดอยเป็นที่เรียบร้อย ลมด้านบนแรงมากบวกกับอากาศที่เย็นทำให้สดชื่นมากเลยทีเดียว ตลอดเวลาที่อยู่บนดอยไม่เจอฝนเลยครับ แต่ที่เจอคือเมฆวิ่งผ่านตัว

จุดหมุดกรมแผนที่ทหาร หลักฐานยืนยันสูงสุดแดนสยาม

หมุดกรมแผนที่ทหาร

ด้วยความที่เป็นหน้าฝนคนเที่ยวน้อย มอสเลยได้มีโอกาสแทรกตัวตามพื้น

ดอกไม้บนดอย

ดอกไม้บนดอย

ชอบมุมนี้ เหมือนอุโมงค์ต้นไม้

สูงสุดแดนสยาม

      


       ความสวยงามของการเที่ยวหน้าฝน กับอากาศที่สดชื่น ผู้คนน้อยไม่วุ่นวาย ทำให้ได้ภาพบรรยากาศที่ไม่ค่อยมีคน ได้ภาพบรรยากาศที่สบายตาโดยไม่ต้องรอจังหวะมากมายนัก












เกือบได้แตะขอบฟ้า ที่แน่ๆคือมาเหนือเมฆ



      ขาลงดอยขอแวะเที่ยวชมวิวอีกสักนิด เพราะต้องขอบอกเลยว่าหลงใหลกับอากาศเย็นบนดอยมาก

















     ขาลงพอขับรถมาเรื่อยๆ เลยตลาดแม้วข้างทางมานิดหน่อย มองไปเห็นต้นพลับที่มีลูกเต็มต้น เลยแวะซื้อชิมสักหน่อย ราคาสบายๆถุงละ25-30บาทแบบปลอกเปลือกและหั่น ส่วนถ้าจะซื้อถุงใหญ่เป็น 5-10 กิโลก็มีขายเช่นกัน

สาลี่ดอย

ต้นพลับ

ลูกพลับสดจากต้น

       สรุปการเดินทางเที่ยวดอยอินทนนท์หน้าฝน ผมว่าอากาศดีและคนน้อย ได้เห็นมุมที่แตกต่างจากที่เราเคยเห็นในหน้าหนาว ถ้ามีโอกาสผมอยากให้ลองไปเที่ยวดอยอินทนนท์หน้าฝนสักครั้ง แล้วจะชอบแน่นอน