แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สะพานมอญ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สะพานมอญ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558

สะพานมอญ ดินแดนแห่งมนต์ขลัง



ระยะหลังมานี้ใครต่อใครมากมายก็รู้จักสะพานมอญมากขึ้น ทำให้สะพานมอญเป็นอีกหนึ่งแหล่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเยือนมากมาย

ผมเองเคยเดินทางไปหลายครั้ง ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไปหลายครั้งทั้งที่ ยังมีที่อื่นให้เที่ยวอีกมากมายหรือจะเป็น มนต์ขลัง สำหรับคนที่เคยไป ว่าไปแล้วต้องไปอีก

แต่ที่ทำให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้นคือ ข่าวสะพานมอญถูกน้ำพัดพัง และชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจสร้างสะพานไม้ไผ่หรือสะพานลูกบวบขึ้นมาแทน ด้วยความสวยงามนี่เองที่ทำให้สักครั้งในชีวิตต้องมาดู เพราะสะพานลูกบวบจะมีการรื้อหลังจากที่สะพานได้ซ่อมเเซมเสร็จสักระยะ




เดินทางเลยดีกว่า ผมเดินทางจาก กรุงเทพฯใช้ถนนเส้นบรมราชชนนี ผ่าน นครปฐม บ้านโป่ง ท่ามะกา กาญจนบุรี มุ่งหน้าตรงเข้าสังขละบุรี เส้นทางในการขับรถจะเป็นทางขึ้นเขาลงเขาช่วงตั้งแต่เลยจุดชมวิวป้อมปี่ แต่สามารถไปได้เรื่อยๆเพื่อความปลอดภัย 

ส่วนที่พักของผมอยู่ก่อนถึงตลาดสังขละบุรี ซึ่งกว่าจะไปถึงที่พักก็มืดแล้ว เพราะแวะชมพระอาทิตย์ตกที่ป้อมปี่ก่อน จุดชมวิวป้อมปี่เป็นเขตอุทยาน ก่อนเข้าต้องชำระค่าธรรมเนียมด้วยนะครับ แต่เมื่อแลกกับการชมพระอาทิตย์ตกผมว่าคุ้ม เพราะพระอาทิตย์ตกที่ป้อมปี่สวยมากและเหมาะกับการกางเต้นท์นอนที่สุด

ออกเดินทางต่อจากป้อมปี่ เข้าที่พักตอนกลางคืน นั่งเล่นสักพักแล้วก็เข้านอนเพราะว่าตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นเราจะไปใส่บาตรเช้าและชมวิวสะพานมอญในสายหมอกกัน



เช้าวันใหม่ ผมตื่นนอนตั้งแต่ยังไม่ตี 5 ดีรีบอาบน้ำแต่งตัวขับรถไปหมู่บ้านใกล้สะพานมอญ(ฝั่งวัด) พอไปถึงก็แอบตกใจกับปริมาณนักท่องเที่ยวและร้านค้าที่รอขายของเพื่อใส่บาตร รถแต่ละคันที่ขับเข้าไปจะมีชาวบ้านคอยนำทางหาที่จอดรถให้ด้วยความหวังว่าจะซื้อของใส่บาตรกับเขา แต่ถ้าเราไม่ซื้อเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร



จอดรถเสร็จก็ต้องซื้อของใส่บาตรจากคนนำทางที่พามาหาที่จอดรถและปักหลักใส่บาตรอยู่แถวๆนั้น คนส่วนมากมักเดินไปรอที่สะพานมอญเลยซึ่งขอบอกตรงๆว่าคนเยอะมาก เราไม่รีบเลยไม่อยากไปเบียด อยู่ห่างๆรอพระท่านมาก็ได้ใส่บาตรเหมือนกัน สรุปผมรอประมาณ 2 ชั่วโมงถึงได้ใส่บาตรครับ 











พอใส่บาตรเสร็จก็ถึงเวลาเดินเล่น จากระยะปีกว่าๆที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าสังขละบุรีเปลี่ยนไปมากพอสมควร ร้านขายของฝากมีมากขึ้นเยอะมากแต่ที่มากตามคือนักท่องเที่ยว เชื่อไหมครับว่าวันที่ผมไปคนเดินเต็มสะพาน จนต้องหามุมหลบเพื่อถ่ายรูปและมีน้องๆไกด์อาสาเข้ามาอธิบายและเล่าประวัติของสะพานมอญให้ฟัง ซึ่งก็มีค่าขนมติดมือให้น้องไปเหมือนกันจะมากจะน้อยก็แล้วแต่ครับ 














มาถึงสังขละบุรีกี่ครั้ง ก็ต้องนั่งเรือไปวัดวังวิเวการามเก่า หรือโบสถ์จมน้ำ เรือมีให้เลือกหลายเจ้าแล้วแต่สะดวก มีทั้งเป็นเรือเที่ยวสำหรับคนที่ไปหมู่น้อย คนสองคน จนถึงเหมาลำ ในสายน้ำมีแต่เรือวิ่งเป็นสายพานักท่องเที่ยวออกเดินทางไปโบสถ์หลังเก่า 















ที่โบสถ์จมน้ำหรือโบสถ์หลังเก่า มีน้องๆขายดอกไม้ราคาไม่แพง 10 บาทก็สามารถซื้อได้ ถือว่าเป็นค่าขนมน้องๆสำหรับไปโรงเรียน การมาเที่ยวครั้งนี้มีรอยขีดเขียนกำแพงโบสถ์มากกว่าเดิม เช่น บอกรักแฟน บอกรักแม่ พอเห็นแบบนี้ก็รู้สึกอะไรอยู่ในใจกับการกระทำ ถ้าจะบอกรักใครก็ไปบอกกับปากเถอะครับ อย่ามาขีดเขียนเลย




นอกจากกิจกรรมนั่งเรือ ที่สังขละบุรียังมีกิจกรรมอื่นๆให้สนุกกันอีกนะครับ ไม่ว่าจะเป็นล่องแพไม้ไผ่ ขี่ช้าง หรือจะเลยไปด่านเจดีย์สามองค์ก็ได้ หากมีเวลาน้อยเที่ยวสังขละบุรี 2 วัน 1 คืนก็พอครับ 

#meesookde 


วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

แสงสุดท้ายที่ป้อมปี่ กาญจนบุรี



แสงสุดท้ายที่ป้อมปี่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม กาญจนบุรี

เมื่อการเดินทางครั้งนี้เป้าหมายคือ ส่งพระอาทิตย์เข้านอนที่ สะพานมอญ สังขละบุรี แต่เมื่อรู้ว่าไม่ทันแน่ ทำให้ต้องหาที่หมายแห่งการส่งดวงอาทิตย์เข้านอนที่ใหม่ที่เราน่าจะไปทัน ที่นี่คือ ป้อมปี่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม

ป้อมปี่ถือเป็นที่หนึ่งที่เหมาะกับการมาท่องเที่ยวค้างแรมพักผ่อน เพราะบริเวณนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีลานกางเต้นท์ มีบ้านพักป่าไม้ สามารถเล่นน้ำได้ ที่สำคัญ ป้อมปี่ ถือเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามแห่งหนึ่งในภาคตะวันตก

บางคนอาจมองว่าป้อมปี่คือ ทางผ่านสู่สังขละบุรี ด่านเจดีย์สามองค์ แต่ผมขอบอกเลยว่า ถ้าได้ลองแวะมาในช่วงเวลาสั้นๆแล้วล่ะก็ จะต้องขอมานอนพักกางเต้นท์ที่นี่แน่นอนหากมีโอกาส

ก่อนอาทิตย์ลับขอบฟ้า

บังเอิญมากที่เรือมาได้จังหวะพอดี

บ๊ายบายดวงอาทิตย์


สัญญาณเตือนภัย 

มุมนี้เล่นน้ำได้

ดวงอาทิตย์เข้านอนแล้ว

กางเต้มท์เตรียมปาร์ตี้
  
จุดชมวิวป้อมปี่
  
จุดชมวิวป้อมปี่


ข้อมูลเพิ่มเติม

อุทยานแห่งชาติเขาแหลม
ตู้ ปณ.15 ปท.ทองผาภูมิ อ. ทองผาภูมิ จ. กาญจนบุรี  71180
โทรศัพท์ : 0 3454 6819,0 3453 2099 ,08 6131 3443 (ป้อมปี่)   โทรสาร : 0 3453 2099

รถยนต์
จากกรุงเทพฯ ถึงอำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที เดินทางออกจากกรุงเทพฯ โดยใช้เส้นทางถนนเพชรเกษมหรือถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ผ่านจังหวัดนครปฐม - บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี จนถึงอำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี แล้วเริ่มเดินทางต่อสู่อำเภอทองผาภูมิ ตามทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 323 จากอำเภอทองผาภูมิ แยกขวาขึ้นสู่ตัวอำเภอสังขละบุรี บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 39 - 40 จะเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม

รถไฟ
การรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดขบวนรถไฟเดินทางจากสถานีรถไฟบางกอกน้อย วันละ 2 เที่ยว เที่ยวแรกเวลา 07.45 น. เที่ยวที่สองเวลา 13.45 น. แวะจอดที่สถานีรถไฟจังหวัดกาญจนบุรี สะพานข้ามแม่น้ำแคว ท่ากิเลน สุดท้ายที่สถานีน้ำตก (บริเวณน้ำตกไทรโยคน้อย) อัตราค่าโดยสารคนละ 39 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.0-2411-3102 จากนั้นเดินทางต่อโดยใช้รถประจำทางสีส้ม

ในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดนำเที่ยวไปกลับในวันเดียว อัตราค่าบริการตู้แอร์คนละ 200.- บาท พัดลมคนละ 100.- บาท รถไฟออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง เวลา 06.30 น. และเดินทางกลับเวลา 14.00 น. รายละเอียดติดต่อสอบถามได้ที่ โทร.0 - 2223 - 7010 , 0 - 2225 - 6964 หรือ 0 - 3456 - 1052

รถโดยสารประจำทาง
เส้นทางกรุงเทพฯ - กาญจนบุรี เดินทางโดยรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ ชั้นหนึ่ง (ปอ.1) ของบริษัทกาญจนบุรีทัวร์ รถออกจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ทุกๆ 15 นาที ตั้งแต่เวลา 05.00-22.30 น. อัตราค่าโดยสารคนละ 79.- บาท หรือรถปรับอากาศชั้นสอง (ปอ.2) ออกทุกๆ 20 นาที ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานสายใต้ใหม่ โทร. 0-2435-1199, 0-2884-6249 สำนักงานกาญจนบุรี โทร. 0-3451-1552

เส้นทางกาญจนบุรี - ทองผาภูมิ - สังขละบุรี เดินทางโดยรถตู้ปรับอากาศ (11 ที่นั่ง) ของบริษัทเอเชียไทรโยค จำกัด เปิดให้บริการวันละ 6 เที่ยว โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 07.30 น.,10.30 น.,11.30 น.,12.30 น.,14.30 น.และ 16.30 น.  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง