วันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2560

โบโลเว่น อย่าไป!!! แค่เดินป่า ต้อง Zipline ด้วย



ทริปนี้เดินทางออกต่างประเทศแต่ไม่ได้ไปไหนไกลนะครับไปแค่ประเทศเพื่อนบ้านเรา คือ สปป.ลาว โดยใช้เวลาในทริปนี้รวมทั้งหมด 5 วัน 4 คืน โดยจะนอนในปากเซ 2 คืน และนอนบ้านต้นไม้ในป่าที่ราบสูงโบโลเว่น 2 คืน 


ผมออกเดินทางจาก ดอนเมืองมุ่งตรงลงอุบลฯ ถึงอุบลฯประมาณ 8.50 น. เหมาแท็กซี่จากสนามบิน 1,000 ไป ด่านช่องเม็ก ระยะทางจากสนามบินไปด่านช่องเม็กประมาณ 96 กิโลเมตร แต่ถ้าใครไม่อยากเหมาก็สามารถไปสถานีขนส่งเพื่อขึ้นรถทัวร์ไปก็ได้ครับ แต่ข้อดีของการเหมารถคือ สามารถแวะได้ตลอดทางคนขับรถใจดี (พ่อใหญ่ 085-4185161) แวะและพาไปทุกที่ครับ 





หลังจากลงรถก็เดินไปที่ด่านตรวจคนออกเมืองจากนั้นเดินลงบันไดลอดอุโมงค์ไปโผล่ฝั่ง สปป.ลาว ระหว่างเดินลงอุโมงค์จะมีคนมาขายซิมโทรศัพท์ อันละ 100 บาท เล่นเน็ตได้ 7 วัน แต่สามารถต่อราคาได้นะครับ เพราะสุดท้ายผมได้มาอันละ 80 บาท พอโผล่ไปอีกฝั่งจะมีคนเข้ามาประกบให้เหมารถไปปากเซ จะเปิดราคาอยู่ที่ประมาณ 800 - 1,200 บาท แต่เรทราคาเหมาปรกติจะอยู่ที่ประมาณ 500 บาท ถ้าเกินแนะนำว่าอย่าไปครับ 


ตรวจเข้าเมืองฝั่ง สปป.ลาว เราจะเสียค่าธรรมเนียม 20,000 กีบ แนะนำว่าให้แลกเงินกีบก่อนครับ 

ผมและเพื่อนเหมารถไปปากเซ 500 บาทและพาไปส่งถึงที่พัก โรงแรมพี่ดาว ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงนิดๆ ที่เลือกโรงแรมนี้เพราะว่าอยู่ใจกลางย่านนักท่องเที่ยวมากที่สุดครับ ส่วนราคาที่พักก็สองพันต้นๆไม่รวมอาหารเช้าครับ หลังจากที่เช็คอินเรียบร้อยก็เอนกายลงนอนหนีอากาศร้อนและชาร์ตพลังไว้ออกไปเดินเล่นในเมืองปากเซ






แดดเริ่มอ่อนออกไปเดินเล่นถ่ายรูปหาของกินที่ริมน้ำโขงแถวที่พักและในปากเซจะมีตึกเก่าอายุกว่าร้อยปีเยอะมาก เหมาะกับการถ่ายภาพ ส่วนอาหารไม่ได้ทำข้อมูลมาครับเลยเดินเลาะแม่น้ำไปเรื่อยๆเห็นมีร้านที่เป็นแพลอยน้ำบรรยากาศดีก็แวะกินเลยครับ ส่วนขากลับแวะกินไส้กรอกทอดริมทางซึ่งเป็นที่นิยมของคนปากเซ 









เช้าวันต่อมา ตื่นเข้ากินก๋วยเตี๋ยวแล้วพร้อมมุ่งหน้าสู่การผจญภัย






8.30 น.มีเจ้าหน้าที่มารับที่โรงแรมแล้วพาเดินไปที่สำนักงาน เพราะอยู่ไม่ห่างกันมากจากที่พัก หลังจากชำระเงินส่วนที่เหลือก็ฝากกระเป๋าส่วนหนึ่งไว้ที่สำนักงาน แล้วนั่งรถประมาณ 2ชั่วโมง เพื่อไปหมู่บ้านซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น เพื่อเตรียมตัวเดินเข้าป่า 






ทางเดินช่วงแรก เดินตามถนนในหมู่บ้านเป็นทางดินแดง ผ่านไร่กาแฟเดินเท้าประมาณครึ่งชั่วโมงจะถึงด่านแรกเป็นสลิงเส้นเดี่ยวที่จะต้องเกี่ยวแล้วเดินข้ามน้ำ ความยาวพอสนุกประมาณสักสิบกว่าเมตร 







หลังจากเดินข้ามกันครบทุกคนไกด์ก็เตรียมหาใบตองมารองอาหารแล้วจัดแจงเทลงบนใบตอง เมนูมี เนื้อแดดเดียว น้ำพริก หมกปลา ผักดอง ข้าวเหนียว 






จากนั้นเดินตามไร่กาแฟและเข้าป่าอีกประมาณ 50นาที ทางค่อนข้างชันถึงชันมาก และจะถึงจุดแวะพักที่น้ำตก จากนั้นเดินข้ามสะพานไม้แขวน ตรงนี้บอกการใช้อุปกรณ์และเส้นทางโดยรวมว่าวันนี้จะโหนทั้งหมด 11เส้น แนวดึ่งอีก 3 ไม่รวมสะพานไม้สะพานเชือกที่ต้องผ่านอีกประมาณ 3 เส้น 











ความสนุกเริ่มขึ้นตั้งแต่ซิปไลน์เส้นแรก ผ่านต้นไม้ ผ่านน้ำตกสลับกันไป มีบางจุดต้องเดินเท้าบ้างเพื่อไปเชื่อมกับซิปไลน์เส้นต่อไป 











หลังจากผ่านมาทั้งหมด 11 เส้น ต้องเดินเท้าต่ออีกสักระยะเพื่อเข้าไปยังจุที่พักและเมื่อเดินมาถึง จนท อธิบายส่วนต่างๆว่ากินข้าวประมาณ อาหารเย็น 6.30น. มื้อเช้า 8.30น.  ไฟฟ้ามา 6 โมงถึงสามทุ่ม  ห้องน้ำห้องอาบน้ำอยู่ตรงไหน

บรรยากาศของที่นี่สงบสวยงาม เสียงน้ำตกดังตลอดเวลา อากาศสดชื่น ที่นี่มีน้ำร้อน ชา กาแฟ ให้ได้จิบตลอดเวลาและมีเครื่องดื่มเบยลาวขายด้วย ส่วนความเย็นของเบยลาวจะเย็นเท่าอุณหภูมิน้ำตกนะครับ เพราะไม่มีน้ำแข็ง











มื้อเย็นเย็นแรกของทริปนี้ เป็นอาหารง่ายๆปุฟเฟ่ต์ มีซุปมันฝรั่ง ผัดไก่และอะไรอีกสักอย่างที่คล้ายๆก๋วยเตี๋ยวลุยสวน เมื่อกินมื้อเย็นเสร็จ ก็โหนซิปไลน์เข้าที่พัก ที่พักบนต้นไม้มีห้องน้ำในตัวเป็นชักโครก เรานอนแบบกางมุ้งมีที่นอนและถุงนอน อากาศเย็นสบายแต่แมลงจะเยอะหน่อย

เช้าวันใหม่ตื่นมาพร้อมความสดชื่นหมอกลงอากาศเย็นสัก 20 องศา หลังล้างหน้าแปรงฟันก็แต่งชุดซิปไลน์มาจัดมื้อเช้า เช้านี้มีขนมปังฝรั่งเศษ เนย ไข่ แตงโม ชา กาแฟ เรื่องวิวเกินบรรยายเพราะฉากหลังเป็นน้ำตกตาดขมึดอันอลังการ











วันที่2ของทริปนี้ เราจะซิปไลน์กันประมาณ 11 เส้น และมีจุดพักให้ได้เล่นน้ำตกด้วย วันนี้ซิปไลน์ เส้นแรกต้องเดินเท้านิดหน่อย หลังจากที่เล่นมาประมาณ 7เส้น ก็ถอดชุดเซฟตี้แล้วเดินเท้าประมาณครึ่งชั่วโมงเพื่อไปดูน้ำตก ทางเดินค่อนข้างชันผ่านป่าชื้นและป่าไผ่ สุดท้ายเดินลัดเลาะผ่านผาหินแล้วเห็นความสวยงามของน้ำตก บริเวณนี้เรามีเวลาได้นั่งชมนั่งถ่ายรูปอยู่สักพัก จากนั้นก็เดินกลับเพื่อซิปไลน์ไปกินข้าวที่น้ำตกอีกแห่ง 


หลังจากซิปไลน์มาก็ถอดชุดแล้วเดินประมาณ 10นาที ถึงน้ำตกที่เป็นลานหิน น้ำตกนี้สามารถเล่นน้ำได้ แต่ด้วยความหิวเลยขอกินข้าวกันก่อน มื้อนี้มีกุนเชียง ซี่โครงหมูย่าง น้ำพริก ข้าวเนียว ระหว่างที่เรากินข้าว พี่ไกด์ก็เดินหายไปทางธารน้ำ 1 คนพร้อมคันเบ็ด 1 คัน ระหว่างนั้นเราก็กินข้าวชมน้ำตกไปเพลินๆ แล้วก็เล่นน้ำ น้ำตกเย็นมาก รอบๆน้ำตกมีดอกไม้หลายชนิด 






เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั้วโมงไกด์ก็เดินกลับมา พร้อมปลาพวงใหญ่ที่มีประมาณเกือบสิบตัว พี่เขาบอกว่าทั้งหมดนี้ใช้ปูตกมา3ตัว แล้วบอกว่าเดี๋ยววันนี้จะทำก้อนปลาให้กิน แล้วเราก็เดินกลับมาแต่ตัวแล้วเดินเท้าเพื่อไปซิปไลน์ต่อ จุดนี้เดินเท้าค่อนข้างนานและทางชันเล่นเอาเกือบหมดแรง  ซิปไลน์เส้นนี้ จะต่อด้วยคาโนปี้(สะพานเชือก)แล้วซิปไลน์แล้วคาโนปี้แล้วก็ซิปไลน์ จากนั้นก็เดินกลับที่ัพักระยะทางไม่ไกล








หลังจากนั่งพักผ่อนกันอยู่พักใหญ่พี่ไกด์ก็เอาปลาปิ้ง ซึ่งเป็นปลาที่เพิ่งตกได้มาให้ชิมกันก่อน และตามด้วยก้อยปลากับไทรกินใบเป็นผักแนม รสชาติจัดจ้านเผ็ดแต่อร่อย 

เมื่อเวลามื้อเย็นมาถึง วันนี้เป็นอาหารจัดชุดไม่เหมือนเย็นวันแรก เมนูซุป ลาบวัว บัวลอยฟักทอง(เหมือนบวชฟักทอง) เย็นนี้อาหารมีจืดและมีจัด รสชาติอาหารสำหรับผมอร่อยครับ และถึงเวลาเข้าบ้านต้นไม้



เช้าวันที่สามของทริป เมื่อคืนฝนตก เช้านี้มีทะเลหมอกให้พอได้เห็นล้างหน้าแปรงฟันแล้วเตรียมตัวเก็บของลงจากบ้านต้นไม้แล้วไปกินมื้อเช้า เช้านี้เมนูข้าวต้มไข่ ขนมปัง เนย ไข่ดาว กาแฟ แตงโม ส่วนวิวยังคงสวยงามและมีความชิลเช่นเดิม





อิ่มท้องแล้วก็เตรียมตัวแต่งชุดแล้วออกเดิน วันนี้มีซิปไลน์ให้เล่นเบาๆ 3 เส้น แต่ความมันส์อยู่ที่ต้องไต่หน้าผาที่มีความสูงประมาณ 30 เมตร ว่าแล้วเราเดินเท้าขึ้นเขาไม่นานไกด์ก็บอกให้วางของก่อนแล้วออกไปซิปไลน์ วิวซิปไลน์ยังคงเป็นวิวน้ำตก หลังจากนั้นก็วนกลับมาที่เดิมเพื่อเอาของแล้วเดินเท้าไปจุดปีนผา ซึ่งเป็นเหมือนไฟต์บังคับว่าคนที่มาที่นี่ต้องปีนทุกคนเนื่องจากเป็นทางเดินกลับ หน้าผาชันตั้งฉาก 90 องศา มีเหล็กที่ยึดไว้ให้ได้เหยียบปีน








หลังจากผ่านจุดปีนผาเราก็เดินมาที่ยอดน้ำตกตามขมึด เพื่อแวะกินข้าวมื้อเที่ยงบนยอดน้ำตกก่อนที่จะต้องเดินเท้าต่อเพื่อไปยังจุดที่เราเตรียมตัวก่อนที่จะเข้าป่าแห่งนี้







หลังจากที่อยู่ในป่ามาสามวันสองคืน บนที่ราบสูงโบโลเว่น ต้องขอชมการจัดการของที่นี่ครับว่ามีการจัดการที่ดีมาก ทั้งจำนวนผู้เข้าเล่นซิปไลน์ ผู้พัก อาหาร ห้องน้ำ ไกด์ รวมๆทุกอย่างแล้วที่นี่มีความมันส์ สนุก อบอุ่น แบบลงตัวครับ ขอแนะนำเลยว่าให้มาแล้วเล่นให้ครบ คุ้มค่าเงินที่จ่ายอย่างแน่นอน





















5 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ26 สิงหาคม 2560 12:56

    น่าสนใจมากเลยค่ะ อยากทราบว่าไกด์ที่พาเดินป่า ต้องติดต่ออย่างไรคะ

    ตอบลบ
  2. อยากทรายค่าใช้จ่ายทั้งหมดอะค่ะ ประมาณเท่าไหร่

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ค่าทริป 299 เหรียญ ค่าใช้จ่ายอื่นๆเช่นค่าเดินทาง ค่าที่พักก่อน นอกเหนือจากค่าทริปที่เป็น 3วัน2 คืนแล้วแต่ครับว่าเดินทางยังไงพักยังไง

      ลบ
  3. ขอถามค่ะ ไปมาเมื่อวันที่ 10 มิถุนาย 2560 ใช่มั๊ยค่ะ

    ตอบลบ